Loading...

กองการต่างประเทศ

Division of Foreign Affairs

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส. แสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโลกร้อนพร้อมร่วมมือกับสหภาพยุโรป

ทส. แสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโลกร้อนพร้อมร่วมมือกับสหภาพยุโรป

ทส. แสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโลกร้อนพร้อมร่วมมือกับสหภาพยุโรป

        วันที่ 29 ตุลาคม 2564 นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป (EU) ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิก EU จำนวน 17 ประเทศ ได้เข้าพบหารือ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป และนำเสนอ Demarche เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยประเทศในสหภาพยุโรปมีความมุ่งหวังให้ประเทศไทยเพิ่มความท้าทายของเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ. 2050 ทั้งนี้ EU แสดงจุดยืนที่จะสนับสนุนการดำเนินงานกับประเทศไทย เพื่อบรรลุตามเป้าหมายของความตกลงปารีส ที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นแล้ว EU ยังเห็นว่า นโยบาย EU Green deal มีความสอดคล้องกับนโยบาย BCG  ของไทย จึงเห็นว่าการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันจะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานอย่างยั่งยืน อาทิ Circular Economy การดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการขยะและของเสีย และการจัดการขยะทะเล เป็นต้น และเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะประเทศที่มีบทบาทนำในอาเซียน

        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และถือเป็นวาระสำคัญของประเทศ ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง โดยประเทศไทยได้ดำเนินการหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Act) การจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวของไทยในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (Long term low greenhouse gas emission: LT-LEDS)  ซึ่งถือว่าไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน (สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย) ที่นำส่งยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทั้งนี้  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม World Leaders Summit ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ซึ่งจะได้แสดงท่าทีและเจตนารมณ์ของไทยที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zeo GHG Emission) โดยเร็วที่สุดภายในครึ่งศตวรรษนี้  ทั้งนี้ การกำหนดนโยบายและเป้าหมายของไทยนั้น อยู่บนพื้นฐานของการดำเนินงานอย่างแท้จริง เห็นภาพชัดเจนว่าสามารถดำเนินการได้ และจำเป็นที่จะต้องดำเนินการร่วมกับหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ที่มีนโยบาย 4D 1E นโยบายการลดและเลิกใช้ fossil fuel กระทรวงคมนาคมที่จะมีการใช้รถ EV 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 นอกจากนั้นแล้ว ยังจะต้องร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีการกำหนดเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งหากภาคธุรกิจสามารถดำเนินการได้ ก็จะทำให้เป้าหมายของประเทศบรรลุได้ก่อนเป้าหมายที่วางไว้ได้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเน้นย้ำว่าการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องการการสนันสนุนจาก EU ด้านเทคโนโลยี การเงิน และเพิ่มขีดความสามารถให้มากยิ่งขึ้น

แกลเลอรี่